หากคุณเป็นนักลงทุน และมีความต้องการจะเข้าไปลงทุนในโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ของประเทศ ลองมาทำความรู้จักกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกันดู

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund, IFF) คือ กองทุนที่ระดมทุนจากนักลงทุนทั้งรายย่อย รวมไปถึงระดับสถาบัน เพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งของภาครัฐ และเอกชน แล้วทำไมโครงการระดับยักษ์เหล่านี้ถึงยังต้องการเงินลงทุนจากนักลงทุนอีก ทั้ง ๆ ที่ภาครัฐน่าจะมีเงินลงทุนที่เพียงพอแล้ว นั่นก็เพราะว่า การที่ภาครัฐจะทุ่มเงินมาลงทุนกับโครงการเหล่านี้ทั้งหมด จะทำให้งบประมาณที่มีนั้นไม่สามารถถูกกระจายไปพัฒนาในเรื่องอื่น ๆ ได้เพียงพอ หรือหากเลือกที่จะก่อหนี้สาธารณะ ก็จะถูกจำกัดอยู่ที่ระดับหนึ่ง ไม่ควรก่อหนี้มากเกินไป ดังนั้นทางเลือกที่ดูจะเหมาะสมที่สุดก็คือ ระดมเงินทุนจากนักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการเหล่านี้นั่นเอง
โครงการที่ โดยประเภทของสินทรัพย์ที่ IFF สามารถไปลงทุนได้นั้น ได้แก่ ระบบขนส่งต่าง ๆ ทั้งทางราง/ท่อ , ถนน, ทางพิเศษ, ท่าเรือน้ำลึก, ไฟฟ้า, ประปา, ระบบบริหารจัดการน้ำ และโทรคมนาคม เป็นต้น ซึ่งอาจจะเป็นโครงการที่ได้เริ่มก่อสร้างไปบ้างแล้วแต่ต้องการขยายโครงการในเฟสถัดไป หรือจะเป็นโครงการที่เริ่มต้นก่อสร้างใหม่ทั้งหมด (Greenfield Projects) ก็ได้
โดยผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับจากการลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะเป็นในรูปของ เงินปันผล (Dividend) โดยกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะจ่ายเงินปันผล ≥ 90% ของกำไรสุทธิที่ปรับปรุงแล้ว ดังนั้นผลตอบแทนจะมาก หรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของโครงการนั้น ๆ นั่นเองซึ่งก็ถือได้ว่าเป็นความเสี่ยงของกองทุนรวมประเภทนี้ เพราะถ้าหากโครงการนั้นมีผลประกอบการที่ไม่ดีนัก จะทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนไม่เป็นไปตามที่นักลงทุนคาดหวังไว้ได้ อีกรูปแบบหนึ่งของผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้รับในบางโครงการคือ เงินคืนทุน ในกรณีที่โครงการนั้น ๆ มีเงินทุนที่เพียงพอ หรือสภาพคล่องส่วนเกินสำหรับโครงการนั่นเอง และผลตอบแทนอีกทางที่นักลงทุนสามารถได้รับก็คือ กำไรส่วนต่างจากการซื้อขายหน่วยลงทุน (Capital Gain)
ได้รู้จักกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกันพอสมควรแล้ว หากสนใจที่จะลงทุนในโครงการเหล่านี้ สามารถติดต่อกับ POSSIBLE ให้ช่วยแนะนำกองทุนที่เหมาะสมกับคุณได้ แล้วเราจะเป็นเจ้าของเมกะโปรเจกต์ไปด้วยกัน!
อ่านบทความอื่นต่อ

เทคนิคการออมเงิน
ในบทความก่อนหน้านี้ ได้อธิบายถึง “การวางแผนการออม” ซึ่งควรเริ่มจาก “เป้าหมายในการออมเงิน” ว่าแต่ละคนอยากออมเงินไปเพื่ออะไร เมื่อแต่ละคนมีเป้าหมายการออมเงินที่ชัดเจนแล้ว ในบทความนี้ จึงขอแนะนำวิธีหรือเทคนิคในการออมเงินอย่างง่าย ๆ ดังนี้

วางแผนจัดการภาษี
ว่ากันด้วยเรื่องของเป้าหมายหากเป้าหมายนั้น ๆมีแผนการรองรับ ย่อมเพิ่มโอกาสในความสำเร็จของเป้าหมายมากขึ้นเพราะเราจะเห็นช่องทาง โอกาส ความเสี่ยง และสามารถเตรียมรับมือรวมทั้งช่วยให้ไปถึงเป้าหมายได้ง่ายขึ้นยกตัวอย่างง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน

ปัจจัยความสำเร็จในการลงทุน ที่หลายๆ คนมองข้าม Asset Allocation
Asset Allocation คือคำที่นักลงทุนคงจะเคยได้ยินกันมาบ่อย ๆ หรือนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่เคยได้ยินก็น่าจะเคยได้ยินเรื่อง ”อย่าวางไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว”

หุ้นถูกหรือแพง PEG Ratio ตอบให้ได้
หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับ PE Ratio (Price Earning Ratio) หรือเคยได้ยินมาไม่มากก็น้อย PE Ratio คำนวณจากเอาราคาหุ้นตั้ง หารด้วยกำไรของหุ้น PE สูงคือแพง PE ต่ำคือถูก

ประเภทของการลงทุน ภาคปฐมบท
เมื่อพูดถึงจักรวาลของการลงทุนเราอาจจะแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่การลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตน (Real Asset) และสินทรัพย์ทางการเงิน (FinancialAsset)