Asset Allocation คือคำที่นักลงทุนคงจะเคยได้ยินกันมาบ่อย ๆ หรือนักลงทุนมือใหม่ที่ไม่เคยได้ยินก็น่าจะเคยได้ยินเรื่อง ”อย่าวางไข่ไว้ในตระกร้าใบเดียว” เพราะว่าถ้าตระกร้านั้นเกิดเป็นอะไรไป เราจะได้มีไข่ที่อยู่ในตระกร้าอื่นเหลืออยู่ การทำ Asset Allocation นั้นทำได้หลากหลายรูปแบบมาก ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต่างกัน การลงทุนใน Asset class ที่ต่างกัน และรวมไปถึงการลงทุนในภูมิภาคที่ต่างกัน ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือการพยายามที่จะลดความเสี่ยงนั่นเอง

ในเมื่อเราไม่สามารถรู้ถึงอนาคตได้อย่างแน่นอน ดังนั้นการลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนจะทำให้เงินต้นเราหายไปไม่เยอะเมื่อขาดทุน แต่ในทางกลับกันก็ต้องแลกมาด้วยผลกำไรที่น้อยกว่าหากสินทรัพย์นั้น ๆ มีราคาพุ่งสูงขึ้น จึงมีคำถามต่อมาว่าแล้วจัดพอร์ตการลงทุนแบบไหนถึงจะดี
การลงทุนเป็นสิ่งที่เราต้องทำตลอดชีวิต นั่นหมายความว่าระยะเวลาต้องเป็นหลักสิบๆปีขึ้นไป เป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งในช่วงต้นหากเราพลาดขาดทุนหนักๆ จะเป็นการยากมากที่จะทำให้พอร์ตการลงทุนกลับมาเหมือนเดิมในเมื่อเงินต้นได้หายไปเยอะแล้วหากไม่มีการนำเงินใหม่มาลงทุน ดังนั้นหัวใจสำคัญในการลงทุนก็คือถ้าไม่ได้กำไรอย่างที่คาดหวัง ก็ควรจะรักษาเงินต้นไว้ให้ได้มากที่สุด อีกทั้งการขาดทุนหนัก ๆ ในช่วงแรกจะทำให้นักลงทุนหมดกำลังใจ จนสุดท้ายก็ยอมแพ้จากการลงทุนไปเลย
การลงทุนในอุตสาหกรรมที่ต่างกันนั้นจะช่วยพยุงให้พอร์ตการลงทุนของเรา เพราะบางอุตสาหกรรมจะมีช่วงเวลาที่ดีและร้ายต่างกันในรอบปี เช่น กลุ่มโรงแรมนั้นจะมีรายได้ดีในช่วงเทศกาลสำคัญ ๆ แต่กลุ่มโรงพยาบาลจะมีรายได้ดีในช่วงฤดูฝนที่มีการแพร่กระจายของโรคภัยไข้เจ็บอยู่บ่อย ๆ
ต่อมาการทำ Asset Allocation ในแต่ละ Asset class คือการลงทุนในสินทรัพย์หลายๆรูปแบบ เช่น กองทุนรวมหุ้น ตราสารหนี้ ทองคำ หรือ อสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ขอยกตัวอย่างง่ายๆในช่วงสงคราม หุ้นจะร่วงและทองคำจะพุ่ง การที่เรามีทั้ง 2 ทรัพย์สินนี้ในพอร์ตการลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม จะช่วยให้เราถือพอร์ตการลงทุนนั้นๆผ่านช่วงวิกฤตไปได้อย่างดีทีเดียว
และอีกรูปแบบในการทำ Asset Allocation นั้นก็คือการกระจายลงทุนในหลายภูมิภาค เช่น ซื้อหุ้นในประเทศตัวเองแล้ว ก็ยังกระจายการลงทุนไปต่างประเทศด้วย เช่น จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินเดีย หรือ ประเทศในโซนยุโรป เป็นต้น ช่วยให้เรารับมือกับปัญหาได้ หากมีภูมิภาคที่เกิดวิกฤตขึ้นหรือมีการไหลเข้า-ออกของกระแสเงินลงทุนจากกลุ่มประเทศหนึ่งไปยังอีกกลุ่มประเทศหนึ่ง สังเกตได้จากบางช่วงที่ผ่านมามีเงินไหลเข้าประเทศที่กำลังพัฒนา แต่หากกระแสเงินไหลเข้ามากไปจนทำให้ราคาสูงขึ้น ก็จะทำให้กระแสเงินไหลไปที่ประเทศพัฒนาแล้วก็เป็นไปได้
ดังนั้นเราควรจะจัดการสัดส่วนในการถือครองทรัพย์สินต่าง ๆ ให้ดี เพื่อกระจายความเสี่ยงและสามารถอยู่รอดในตลาดการลงทุนในระยะยาวให้ได้ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการลงทุน
อ่านบทความอื่นต่อ

ลงทุนในเมกะโปรเจกต์! กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
หากคุณเป็นนักลงทุน และมีความต้องการจะเข้าไปลงทุนในโครงการระดับเมกะโปรเจกต์ของประเทศ ลองมาทำความรู้จักกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานกันดู

ลงทุนให้เป็น ต้องรู้สามอย่าง
หลายคนคงเคยเห็นข้อความเตือนว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง” และหลายคนหลังจากเจอคำเตือนแบบนี้ไป ก็กลับกลัวที่จะลงทุนขึ้นมา โดยที่ไม่รู้ว่า แม้การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง

การวางแผนการออม
การออมเงิน เป็นการแบ่งเงินส่วนหนึ่งจากรายรับ เพื่อนำมาเก็บเป็นเงินออมไว้ใช้ในเวลาที่จำเป็นหรือใช้ในอนาคต อีกทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการวางแผนการเงินอีกด้วย สำหรับท่านใดที่เริ่มเก็บออมเงินได้เร็วกว่า ย่อมรวยเร็วกว่า

การวางแผนการศึกษาบุตร
คุณพ่อคุณแม่ทุกท่าน ที่มีลูกตัวน้อย ๆ ต้องการมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกเสมอโดยเฉพาะการศึกษาหาความรู้เป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับอนาคตของลูก เพื่อให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีอนาคตที่ดี

การวางแผนการลงทุนแบบองค์รวม
เมื่อกล่าวถึงเรื่องของการวางแผนการลงทุนเราควรจะเริ่มจากการตั้งเป้าหมาย ว่าการลงทุนแต่ละครั้งนั้น มีเป้าหมายเป็นอะไร เราจึงจะสามารถกำหนดนโยบายการลงทุนได้ถูกต้องว่าจะเป็นแบบใดซึ่งนโยบายการลงทุนยอดนิยมนั้น อาจแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่